การเชื่อมต่อสาย Fiber Optic    
          สาย Fiber Optic เป็นการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายที่ใช้ระยะทางได้ไกลมากว่าสาย UTP (ไม่เกิน 100 เมตร ตาม
          มาตรฐานการรับส่งข้อมูล IEEE 802.3)  แต่ก็ต้องคำนึงถึงชนิดของสายและอุปกรณ์รับส่งข้อมูลทั้งต้นทางและ
          ปลายทางด้วยคุณลักษณะของสาย Fiber Optic แบบ Singlemode ที่ใช้อุปกรณ์รับส่งข้อมูลแบบ Laser Source
          (ส่งข้อมูลได้ไกลไม่เกิน 40 km) สายแบบ Multimode ที่ใช้อุปกรณ์รับส่งแบบ LED Source (ส่งข้อมูลได้ไกลไม่
          เกิน 2 km) ทำให้ผู้ออกแบบระบบเครือข่ายสามารถขยายเส้นทางของกลุ่มผู้ใช้งานจากเดิมออกไปได้แต่ต้องไม่
          เกินข้อกำหนดข้างต้น  ซึ่งการตัดต่อสาย Fiber Optic สามารถกระทำได้ 2  ลักษณะหลักๆ คือ การเชื่อมต่อแบบ
          ชั่วคราวและแบบถาวร สำหรับแบบชั่วคราวเป็นการเชื่อมสายใยแก้วให้ มีความยาวเพิ่มเติมโดยกำหนดการเข้า
          หัว Connector กับสายเดิน และสายเส้นใหม่ที่ต่อความยาวเพิ่มออกไป แล้วจึงใช้อุปกรณ์ Coupling   (ตัวเมีย 2
          ด้าน)  เชื่อมหัว Connector ทั้ง 2 หัวเข้าไว้ด้วยกัน  ซึ่งการเชื่อมต่อนี้อาจจะพักอยู่ในอุปกรณ์พัก  สายสัญญาณ
          (WALL MOUNT ENCLOSER)
 
 
          หรือนำสายสัญญาณเส้นเก่าและใหม่พักไว้ในอุปกรณ์พักสายสัญญาณแบบติดตู้ RACK (Rack Mount Encloser)
 
 
          แล้วใช้สาย Fiber Optic Patch Cord Cable เชื่อมสาย Fiber ทั้ง 2 เส้นเข้าหากัน ซึ่งการทำในลักษณะนี้ซึ่งการทำ
 
          ในลักษณะนี้นอกจากจะช่วยเพิ่มความยาวของระบบเครือข่ายปลายทางแล้ว ยังสามารถดูแลรักษาและสำรองเส้น
          ทางของสาย Fiber  ได้ถ้าหากมีเส้นใดเส้นหนึ่งขาดไปโดยทำการสลับเส้นที่ใช้สาย Patch Cord  เชื่อมโยงกันไป
          แต่ทว่าควรคำนึงถึงค่าลดทอนของระบบ  ว่าไม่ควรเกินมาตรฐานที่กำหนดสำหรับแบบถาวร  เป็นการเชื่อมสาย
          Fiber Optic   โดยทำการนำสายใยแก้ว  เส้นเดิมและเส้นใหม่  หลอมให้ติดเป็น แท่งแก้วเส้นเดียวกัน  ซึ่งเรียกว่า
          "Splice" สาย Fiber Optic ซึ่งให้ความสำคัญตั้งแต่ การตัดให้หน้าตัดสายทั้ง 2 เส้น เรียบ , ตรง จากนั้นทำการ
          วางสายทั้งสองเส้นให้  ตรงกันจากนั้นก็  หลอมสายทั้ง     2  เส้นให้เป็นเนื้อเดียวกันโดย   ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า
          "Fusion Splice" แล้วใส่อุปกรณ์ป้องกันสายสัญญาณอีกชั้นหนึ่งเพื่อความแข็งแรง ซึ่งวิธีการแบบนี้ให้ความแข็ง
 
          แรงในการเชื่อมต่อเป็นอย่างมากอีกทั้งยังเกิดค่าลดทอนของสายบริเวณรอยต่อประมาณ 0.1 db ซึ่งน้อยกว่าการ
          เชื่อมต่อแบบชั่วคราว ซึ่งมีค่าประมาณ 0.75 db สำหรับการเชื่อมต่อสายสัญญาณ Fiber Optic โดยการ Splice
          จะนิยมมากใน วงการติดตั้งสายสัญญาณโทรคมนาคม   ที่มีการเชื่อมต่อเป็นระยะไกล   และค่าลดทอนของสาย
          สัญญาณไม่มากนัก เช่นเดียวกันวงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะใช้งาน Splice ในการเชื่อมโยงสาย Fiber Optic
          แล้วยังคงเชื่อมระหว่างสาย Fiber Optic กับสาย Pigtail  ซึ่งเป็นสายใยแก้วที่เชื่อมกับหัว Connector  สำเร็จมา
          จากโรงงานซึ่ง  มีการควบคุมความแข็งแรง  ค่าลดทอนได้มาตรฐานมาจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง ดังนั้นประ-
          โยชน์ของการเชื่อมต่อสาย  Fiber Optic  จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบเครือข่าย และผู้ที่ออกแบบสามารถปรับปรุงและ
          สร้างสรรค์ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดทรัพยากรได้อีก
          ทางหนึ่ง
home
 
 
Copyright © 2007 377/17 Moo 9 Klonglamchiak Rd , Klongkum , Buengkum , Bangkok 10230 Tel. 0-2946-2922 ( Auto ) Fax. 0-2946-2933


eXTReMe Tracker